วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 พลตรีหญิง สว่างจิตต์ กาญจนะโกมล ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก พร้อมด้วย คณาอาจารย์และนักเรียนพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก ได้เข้าศึกษาดูงาน ณ Japan Ground Self-Defense Force Medical Service School กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการศึกษาพยาบาลทหาร การแพทย์สนาม และการจัดการสาธารณภัย โดยได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารและคณาจารย์บรรยายและสาธิตการฝึกในสถานการณ์จำลอง (Simulation based learning) ในหลักสูตรการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ของกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น (JGSDF) ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะด้านการพยาบาลควบคู่กับการปฏิบัติการทางทหารและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ นักเรียนพยาบาล วพบ. ได้รับทราบแนวทางการจัดการศึกษาตลอดหลักสูตร 4 ปี ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการพยาบาลเป็นสำคัญ โดยในช่วงชั้นปีที่ 3 นักศึกษาจะเริ่มศึกษาเนื้อหาด้านการพยาบาลทหารขั้นพื้นฐาน (Basic Military Nursing) และเรียนรู้การปฏิบัติงานร่วมกันของเหล่าทัพทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในอนาคต ภายหลังสำเร็จการศึกษา นักศึกษาจะมีโอกาสเลือกสังกัดเหล่าทัพตามความเหมาะสม พร้อมเข้ารับการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการแพทย์สนามและการช่วยชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน
นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ (Disaster Management) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของประเทศญี่ปุ่น อันเป็นประเทศที่เผชิญความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติอยู่เป็นประจำ โดยมีการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การช่วยชีวิตในภาวะวิกฤต และการบริหารจัดการเหตุการณ์สาธารณภัยเข้ากับการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ
อีกหนึ่งจุดเด่นของการศึกษาดูงานครั้งนี้ คือ การเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการฝึกจำลองสถานการณ์ทางการแพทย์ (Simulation Training Center) ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสร้างสถานการณ์เสมือนจริง เพื่อเสริมสร้างทักษะการตัดสินใจและการปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน โดยหุ่นจำลองทางการแพทย์สามารถแสดงอาการและตอบสนองได้ใกล้เคียงผู้ป่วยจริง รวมถึงสามารถประเมินการปฏิบัติของผู้ฝึก เช่น การห้ามเลือดด้วยสายรัดห้ามเลือด (Tourniquet) การจัดการภาวะเสียเลือดรุนแรงบริเวณขาหนีบ ภาวะลมคั่งในช่องเยื่อหุ้มปอด (Tension Pneumothorax) และการบาดเจ็บรุนแรงจากสนามรบ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกเกิดความตระหนักรู้และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คณะศึกษาดูงานยังได้เยี่ยมชมห้องผ่าตัดสนามและระบบการรักษาพยาบาลในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งได้รับการออกแบบให้เสมือนจริง สามารถรองรับการรักษาผู้บาดเจ็บฉุกเฉินในภาวะสงครามหรือภัยพิบัติ โดยมุ่งเน้นการทำให้ผู้ป่วยมีสัญญาณชีพคงที่ (Stabilization) ก่อนส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า รวมถึงการให้การรักษาเบื้องต้นแก่ผู้บาดเจ็บตามขีดความสามารถของหน่วยแพทย์สนาม
นอกจากนี้ ยังได้รับทราบถึงความร่วมมือด้านการฝึกระหว่างประเทศของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นกับกองทัพประเทศพันธมิตร อาทิ สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ซึ่งช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ทหารในระดับสากล
การศึกษาดูงานในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้แนวทางการพัฒนากำลังพลทางการแพทย์ทหารของประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการฝึกสมัยใหม่และการจัดการสาธารณภัย ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาการจัดการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษาพยาบาลทหารไทยให้มีความพร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจทั้งในสถานการณ์ปกติ ภาวะฉุกเฉิน และการช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติต่อไป











